ป้ากะน้า ตอน ชื่นใจ

เรื่องเล่าของป้ากะน้า
เพราะชะตาพามาเจอกัน แต่ละวันจึงฮาเฮ

ความสุขง่าย ๆ ของน้า ที่ลอกเลียนแบบป้า กำลังเริ่มต้นขึ้น…

ทุกเช้าวันทำงาน น้าจะเดินไปที่จอดรถใกล้บ้าน เพื่อขับรถไปทำงาน แต่ะวันก็คล้ายกัน เดินไปถึง สตาร์ทรถ แล้วขับออกไป

แต่มีบางวัน ที่ไม่เหมือนทุกวัน

วันหนึ่ง เมื่อหลายวันมาแล้ว…

น้ากำลังเปิดประตูรถ สายตาแลเห็นคุณยายคนหนึ่งเดินผ่านมา เอ๊ะ นั่นคุณครูสมัยตอนที่น้าเรียน pre อนุบาลนี่นา น้าจึงยกมือไหว้และกล่าวคำสวัสดี

เหตุมีเพียงเท่านี้ แต่ผลยิ่งใหญ่ จนน้าน้ำตารื้น คุณครูบอกว่า สวัสดีค่ะ ดีใจจังที่หนูจำคนแก่ได้ มาทักทาย ยายเห็นหนูมาตั้งแต่เด็กเลย ดีใจ ๆ คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างไรบ้างคะ

คำทักทายไม่เท่าสายตา คุณเคยสังเกตแววตาของคนที่มีความสุขอย่างมาก บ้างไหม

และที่ทำให้ตื้นตันสุดขีดก็คือ การได้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุแห่งความสุขนั้น

เล่าให้ป้าฟัง ป้าบอกว่า คนแก่นั้น แค่มีคนคิดถึงก็สุขแล้ว (ป้าเข้าใจคนแก่ดี)

ความสุขที่เกิดจากการทำให้ผู้อื่นมีความสุขนี้ มีพลังอันยิ่งใหญ่โดยแท้ (สำหรับน้านะคะ)

ป้ากะน้า ตอน ความสุขมีอยู่รอบ ๆ

เรื่องเล่าของป้ากะน้า
เพราะชะตาพามาเจอกัน แต่ละวันจึงฮาเฮ

ป้ากะน้า อันที่จริงแล้ว ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ทั้งกายภาพ จินตภาพ และสถานภาพ อธิบายโดยง่ายคือ ป้าสูง น้าเตี้ย ป้าคิดอย่าง น้าคิดอย่าง (แต่หลัง ๆ ชักจะใกล้เคียงกันเข้าไปทุกที ความคิดนี้ osmosis กันได้ไม่ยากนัก) ที่สำคัญป้าฐานะดี ส่วนน้านั้น พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้

ข้อดีของความแตกต่าง คือการที่น้าได้เรียนรู้ ป้าเป็นคนมีความสุขง่าย ๆ อย่างเหลือเชื่อ ไม่เข้ากับฐานะ ตัวอย่างมีให้เห็นมาก เช่น กินน้ำแข็งบดแก้วเดียวสามบาท ป้าก็ฟินระดับสิบเหมือนนั่งในร้านกาแฟหรู ๆ หรือหมูปิ้งอร่อย ๆ สองไม้ ป้าก็ตาลอยหลุดอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ ป้าทานง่าย แต่ถ่ายไม่คล่อง ถ้าวันไหนถ่ายคล่อง ป้าก็สุขราวกับถูกหวยรางวัลใหญ่ อย่างนั้นเลย

เห็นคนสุขง่าย ก็มาย้อนดูตนเองว่า อะไรที่ทำให้เรามีความสุขได้บ้าง ในทุกวันมีความสุขอยู่รอบ ๆ แต่เมื่อความทุกข์เข้าแทรก ก็ลืมความสุขเหล่านั้นไป แล้วไปจมอยู่กับกองทุกข์แทน เหมือนเอาของไม่ดีมาบังสายตา มองไม่เห็นของดีอย่างอื่นใดเลย

น่าเสียดายเวลาที่มี  24 ชั่วโมงเท่ากันทุกคน

แค่คิดต่างกัน  24 ชั่วโมงของแต่ละคนก็มีคุณภาพไม่เหมือนกันเลย

เอาโว้ย น้าจะตั้งต้นสุขง่าย ๆ บ้างล่ะนะ (วะ ฮ่าฮ่า)