The Adventure of Daughter and Father in Italy 2012 (3)

When in Rome, do as the Romans do

— Proverb —

Termini Stazione

It was only two stations from Colosseo to Termini station. Termini was interchange station for Line A and B. Next to the Termini station was Termini main train station or Termini Stazione.

จากสถานี Colosseo มาถึงสถานี Termini ใช้เวลานิดเดียว เนื่องจากแค่สองสถานีเท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากแผนที่ (http://www.readandsmile.com/journey/the-adventure-of-daughter-and-father-in-italy-2012-2/) สถานี Termini นี้ เป็นจุดตัดระหว่างรถเมโทรสาย A และสาย B ถ้าจะเปลี่ยนเส้นทางก็ต้องมาเปลี่ยนที่สถานีนี้เหมือนกับที่เราเปลี่ยนเส้นทาง

รถไฟฟ้าที่สถานีสยาม นอกจากนั้น Termini ยังเป็นจุดเชื่อมของสถานีรถไฟ Stazione Termini หรือ Stazione di Roma Termini สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุด เทียบได้กับหัวลำโพงของเรานั่นเอง

In Termini station, there were several signs guided us to the train way station. These signs make it easy for tourists to go to the Termini Stazione. Along the way from the Metro station to the train station, there were several Travel Agencies and Tourist Information Services. We could buy Roma Pass from them. Unfortunately, it was sold out . All sellers said it would take a few days until they receive new lot of Roma Pass.  Sad!!!

บริเวณสถานี Termini ของ Metro จะมีป้ายบอกทางไปสถานีรถไฟชัดเจน เดินตามป้ายไปไม่น่าจะหลงพอขึ้นมาจากสถานี Metro ถ้าจะไปสถานีรถไฟ ต้องข้ามถนนเล็กน้อยเพื่อเข้าสถานีรถไฟ ระหว่างที่เดินจากสถานี Metro ขึ้นมาจะมี Travel Agencies และ Tourist Information อยู่หลายร้าน ตรงนี้เองที่เราสามารถหาซื้อ Roma Pass ได้ แต่ว่า โชคไม่เข้าข้างเอาเสียเลย ทุกร้านบอกว่า Roma Pass หมดเกลี้ยง อาจจะต้องรออีกหลายวัน

However, we still had another mission, it was to explore the platform. This was to prepare ourselves for the next few days Pisa trip.  (Father wanted to see the lean tower. When he was a kid, his teacher told him about Galileo’s experiment at this tower. He wanted to see the tower by himself). We had bought the train tickets from http://www.trenitalia.com/  .  It was so convenient.

หลังจากผิดหวังจากการตามล่าหา Roma Pass แล้ว เราก็ข้ามถนนเล็กน้อยมาถึงสถานีรถไฟ เดินไปสำรวจชานชาลา เพื่อศึกษาป้ายประกาศและบริเวณชานชาลา เพราะอีก 3-4 วันหลังจากนี้จะต้องขึ้นรถไฟไปปิซา (พ่ออยากดูหอเอน เพราะเรียนมาตอนเด็ก ๆ ว่ากาลิเลโอมาทดลองโยนของลงจากหอแห่งนี้)  ตั๋วรถไฟมีแล้ว เพราะซื้อออนไลน์จาก http://www.trenitalia.com/    ค่อนข้างสะดวกทีเดียว

There were LED boards at the station. They were quite simple and provided passengers the train number, platform number, departure, arrival, etc. Easy!!!

ป้ายประกาศเข้าใจไม่ยาก มีข้อความแสดงสถานีต้นทางปลายทาง เลขขบวนรถ เวลาออก เลขชานชาลาที่จอดรอ เหมือนสถานีรถไฟทั่ว ๆ ไป แต่มาดูไว้ก่อนก็อุ่นใจดี

After the exploration, we were a bit hungry since it was almost two o’clock in the afternoon. There were several fast food and restaurants inside the Termini Stazione. For example, you could find McDonald, pasta, pizza or even Pad Thai. My father and I shared a seafood risotto and some sort of hazelnut cake. They were acceptable.

The first meal (photography by my sister)

หลังจากศึกษาเสร็จก็ได้เวลาหาอะไรรองท้องเพราะเกือบบ่ายสองแล้ว ในสถานีรถไฟมีร้านอาหารอยู่หลายร้าน อาหารเอเชียก็มี แมคโดนัลด์ก็มี อิตาเลียนก็มี ผัดไทยก็มีด้วย แล้วแต่จะเลือก มื้อแรกนี้เราทานอาหารอิตาเลียนกัน เป็นข้าวผัดอิตาเลียนใส่ปลาหมึกมาด้วย รสชาติพอใช้ได้ แล้วก็ทานของหวานอีกหน่อยหนึ่ง อยู่ท้องได้ถึงเย็น

To make sure that we would not make any mistake about the train e-ticket, I asked my sister whether we needed to validat the e-ticket before we took the train. She said no need. We just had to show the e-ticket to the staff on the train. Then the staff would key-in the ticket id into their machine to recheck.  That’s it!!

สอบถามพี่สาวเพิ่มเติมว่า เรามีตั๋วออนไลน์แล้ว พิมพ์ออกมาเองหลังจากซื้อบนเว็บไซต์ ต้องไป stamp อะไรก่อนขึ้นรถไฟหรือไม่ คำตอบคือ ถ้าเป็น e-ticket แบบนี้ ไม่ต้องทำอะไร ถือ e-ticket ขึ้นรถไฟไปเลย พอรถไฟออกสักพักจะมีพนักงานมาตรวจตั๋วเรายื่นให้เขา เขาก็จะกดรหัสตั๋วของเรา เพื่อตรวจสอบดู แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

Trevi Fountain

Next destinations were Trevi fountain and Pantheon. We took Metro once again. This time it was from Termini station to Barberini station (only two stations , too). At the Termini station we met two Thai teenagers. They were buying tickets from a ticket vending machine. Clearly, they had the same problem as mine. We chatted for a while. They were going to the Spanish Step. So, they would take off at the Spagna station – only one station from Termini.

Trevi Fountain

อิ่มท้องแล้ว ก็ออกเดินทางต่อ เป้าหมายคือ จะไปเที่ยวที่น้ำพุเทรวี่ แล้วก็ไปวิหารแพนธีออนกัน ก็อาศัย Metro อีกเหมือนเคย ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะขึ้นจากสถานี Termini ไปลงสถานี Barberini แล้วเดินอีกหน่อยก็ถึงน้ำพุ  ตอนอยู่ที่สถานี Termini ได้เจอวัยรุ่นไทยด้วย 2 คน แบกเป้มาเที่ยวกัน กำลังมีปัญหากับเครื่องขายตั๋วเหมือนที่เราเคยมี ได้คุยกันนิดหน่อย เห็นว่าจะไปบันไดสเปนกัน (ถ้าเผื่อได้แวะมาอ่าน อย่าลืมทิ้ง comment ทักทายกันบ้างนะคะ)

One of attractiveness of Rome that I often found was the harmonization of the lifestyle, modern buildings and the ancient places. You just walked along the street and there sometimes was a restaurant at the corner.  Next to the restaurant was probably an ancient Roman place. Well, we visited the Trevi Fountain  in similar way. We just walked along the narrow streets and then behind the building was the Trevi Fountain. Wow!!

สเน่ห์ของโรมที่เราเจอบ่อย ๆ คือ คุณเดิน ๆ ตามถนน แล้วพอเลี้ยวไปนิดนึง คุณเจอร้านอาหารริมถนนแล้วก็โอ้ว แม่เจ้า โบราณสถานอลังการงานสร้าง ที่น้ำพุเทรวี่นี่ก็เหมือนกัน เดิน ๆ อ้าวถึงแล้วน้ำพุ สวยงามอะไรแบบนี้ ตึกรามบ้านช่องอยู่รวมกันสถานที่สวยงามแบบเป็นเนื้อเดียวกัน

Pantheon

The next destination was Pantheon, the place that my sister fell in love with. Again, we walked along narrow streets. My sister stopped us at a corner of a building and proudly presented us the Pantheon. Stunning indeed!! I was not sure what was more impressive, the way my sister presented the Pantheon or the Pantheon itself!!!

We paid respected to Victor Emanuel II the first king of united Italy and Raffaello Sanzio da Urbino a great Italian painter and architect.

Pantheon

หลังจากน้ำพุเทรวี่แล้ว เราก็เดินเที่ยวต่อ  อีกแล้ว เดินตามซอก ๆ ไปเรื่อยๆ พอถึงหัวมุม พี่สาวบอกหยุดก่อน แล้วก็ทำท่าผายมือ ประมาณว่า proudly presented โอ้ว…… แพนธีออน  ไม่รู้ว่าประทับใจวิธีนำเสนอหรือตัวแพนธีออนเอง โห สิ่งยิ่งใหญ่อยู่หลังมุมตึกแค่เนี้ย  ได้เคารพศพกษัตริย์องค์แรกของอิตาลี และศิลปินเอกอย่างราฟาเอลด้วย

Swiss Guards

Lot of Churches

We also spent time at several churches. All churches were gorgeous. The most impressive church IMO was Santa Maria sopra Minerva. I liked the story of this church that my sister told me. This church was where GalileoGalilei repudiated his thesis that the Earth revolved around the Sun.  Outside the church, there was the baby elephant sculpture. It was sculpted by Bernini. It had its face turned away from the Church. The reason was Bernini was Galileo’s friend and the sculpture was the symbol of the objection ie he did not agree that his friend was found vehemently suspect of heresy. I did not care whether the story was true. I loved this story. It showed me the great friendship. That was the point.

Baby Elephant outside Santa Maria sopra Minerva – photography by my sister

หลังจากนั้นก็ แวะโบสถ์หลายแห่ง เยอะจนจำชื่อไม่ได้ น่าประทับใจทุกที่ แต่ที่ประทับใจที่สุดก็คือ Santa Maria sopra Minerva  เนื่องจากเป็นโบสถ์ที่กาลิเลโอถูกตัดสินว่าเป็นคนนอกรีตเพราะมีแนวคิดว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์  ในขณะทีคนสมัยนั้นเชื่อว่า โลกเป็นศูนย์กลางแล้วดวงอาทิตย์ต่างหากที่หมุนรอบโลก พี่สาวเล่าเรื่องให้ฟังว่า รูปปั้นช้างที่อยู่หน้าโบสถ์ หันหน้าไปอีกทางหนึ่ง ก็เพราะคนปั้นคือ Bernini เป็นเพื่อนกับกาลิเลโอ ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินจึงปั้นช้างให้หันหน้าเบือนหนีออกไป จริงหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่เราชอบเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของมิตรภาพและความกล้าหาญของเพื่อนที่จะเสี่ยงชีวิตแสดงออกซึ่งจุดยืนของตนเอง

Gelato!!

To take a break after visiting four or five churches, we had special gelato at Giolotti, a very famous gelateria. It was founded since 1900. The waiters were nice, polite and provided good service. However, gelatos here were quite expensive. I remembered that the gelato in the photo cost around 10 Euro++. But it was worth to have gelato at Giolotti.

หลังจากเที่ยวขมมา 4-5 โบสถ์แล้ว ก็ได้หยุดพักบ้างโดยแวะไปกินไอศกรีมร้าน Giolotti ด้วย ร้านนี้เขาว่าเปิดมาตั้งแต่ปี 1900 อร่อยดี พนักงานก็สุภาพเรียบร้อย บริการดีมาก แต่ราคาสูงอยู่ ไอศกรีมตามภาพถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณ 10 ยูโร++  แต่ก็คุ้มค่านะคะ เราไม่ได้ทานไอศกรีมแบบนี้กันบ่อย ๆ นี่นา

All the whole trip took 6.5 hours. It was time to go back to the hotel. We got lost – yes no kidding we got lost. Finally, we found the Colosseo metro station. It was quite far from the Pantheon. My father and I took metro back to our hotel while my sister went back to her apartment. The next day, we had to travel without my sister since she was too busy from work.

เที่ยวเสร็จทั้งหมดใช้เวลา 6.5 ชั่วโมงโดยประมาณ ก็เดินหลงทางไปมาจนมาถึงสถานี Metro ที่ Colosseo  นับว่าหลงมาไกลพอสมควร ขึ้น Metro กลับโรงแรมเตรียมเที่ยวกันเองพรุ่งนี้ โดยไม่มีพี่สาวมาพาเที่ยว

Leave a Reply

Your email address will not be published.