
Early by Victoria Evans
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อบุคคลยังไม่ละธรรมข้อหนึ่ง คือการพูดปดทั้ง ๆ รู้ เราย่อมไม่กล่าวว่า มีบาปกรรมอะไรบ้างที่ผู้นั้นจะทำไม่ได้.”
– อิติวุตตก 25/243 –
จาก หนังสือพระไตรปิฎก ฉบับสำหรับประชาชน โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ

Early by Victoria Evans
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อบุคคลยังไม่ละธรรมข้อหนึ่ง คือการพูดปดทั้ง ๆ รู้ เราย่อมไม่กล่าวว่า มีบาปกรรมอะไรบ้างที่ผู้นั้นจะทำไม่ได้.”
– อิติวุตตก 25/243 –
จาก หนังสือพระไตรปิฎก ฉบับสำหรับประชาชน โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ

Photo by Victoria Evans
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! สัตว์เหล่าใดประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ ในเวลาเช้า เช้าวันนั้น ย่อมเป็นเช้าที่ดีของสัตว์เหล่านั้น. สัตว์เหล่าใดประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ ในเวลากลางวัน กลางวันนั้นนั้น ย่อมเป็นกลางวันที่ดีของสัตว์เหล่านั้น. สัตว์เหล่าใดประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ ในเวลาเย็น เย็นวันนั้น ย่อมเป็นเย็นที่ดีของสัตว์เหล่านั้น.” 20/278
จาก หนังสือพระไตรปิฎกสำหรับประชาชน โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ

Photo by Victora Evans
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! อานิสงส์ของความอดทน 5 ประการเหล่านี้ คือ :-
1. เป็นที่รัก เป็นที่พอใจของคนมาก
2. ไม่มากไปด้วยเวร
3. ไม่มากไปด้วยโทษ
4. ไม่หลง ถึงแก่กรรม
5. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! อานิสงส์ของความอดทน 5 ประการเหล่านี้แล”
— ปัญจกนิบาต อังคุตรนิกาย 22/282 —
จาก หนังสือพระไตรปิฎกสำหรับประชาชน โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ

Photo by Victoria Evans
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนารามของอนาถปิณฑิกคฤหบดี ใกล้กรุงสาวัตถี. สมัยนั้นพระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จสู่ชั้นบนปราสาทอันประเสริฐกับพระนางมัลลิกาเทวี.
พระองค์ตรัสถามพระนางมัลลิกาเทวีว่า “ดูก่อนมัลลิกา ! ใคร ๆ คนอื่นที่เป็นที่รักยิ่งกว่าตนของเธอเองมีหรือไม่ ?”
พระนางมัลลิกากราบทูลว่า “ข้าแต่มหาราช ! ใคร ๆ คนอื่นที่เป็นที่รักยิ่งกว่าตนของหม่อมฉันไม่มี ก็ใคร ๆ คนอื่นที่เป็นที่รักยิ่งกว่าตนของพระองค์เองมีหรือไม่ ?”
พระเจ้าปเสนทิโกศลตรัสตอบว่า “ดูก่อนมัลลิกา ! ใคร ๆ คนอื่นที่เป็นที่รักยิ่งกว่าตัวของเราเองไม่มี.”
ขณะนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จลงปราสาท เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลข้อโต้ตอบของพระองค์กับพระนางมัลลิกาเทวี ให้ทรงทราบ
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า
“บุคคลตรวจดูด้วยจิตทั่วทุกทิศแล้ว ไม่พบใครซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตนเองในที่ไหน ๆ ตนเองเป็นที่รักยิ่งของคนทั้งหลายอย่างนี้ ผู้รักตน จึงไม่ควรเบียดเบียฬผู้อื่น.”
– อุทาน 25/145 –
จาก หนังสือพระไตรปิฎกสำหรับประชาชน โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ

Photo by Victoria Evans
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! วาจาที่ประกอบด้วยองค์ 5 นับเป็นสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต ไม่มีโทษ อันผู้รู้ติไม่ได้ คือ :-
1. วาจาที่กล่าว (ถูกต้อง) ตามกาล
2. วาจาที่กล่าว ความเป็นจริง
3. วาจาที่กล่าว อ่อนหวาน
4. วาจาที่กล่าว ประกอบด้วยประโยชน์
5. วาจาที่กล่าว ด้วยจิตประกอบด้วยเมตตา
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! วาจาที่ประกอบด้วยองค์ 5 เหล่านี้และ นับเป็นสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต ไม่มีโทษ อันผู้รู้ติไม่ได้”
—- ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย 22/271 —-
จากหนังสือ พระไตรปิฎกสำหรับประชาชน โดย สุชีพ ปุญญานุภาพ

กุศลกรรมบถ ๑๐ คือ
เว้นจากฆ่าสัตว์
เว้นจากลักทรัพย์
เว้นจากประพฤติผิดในกาม
เว้นจากพูดเท็จ
เว้นจากพูดส่อเสียด
เว้นจากพูดคำหยาบ
เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ
ไม่อยากได้ของเขา
ไม่ปองร้ายเขา
เห็นชอบ ธรรม ๑๐ อย่างเหล่านี้ เป็นไปในส่วนข้างเจริญ ฯ
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/r.php?B=11&A=8035&w=กุศลกรรมบถ

เป็น Follower Twitter ของท่าน ว.วชิรเมธี (http://twitter.com/vajiramedhi) และติดตามผลงานของท่านค่ะ ได้ข้อคิดดีๆ จากงานของท่านเสมอค่ะ วันนี้โดนอย่างแรง ขออนุญาต retweet ตรงนี้อีกทีค่ะ เพื่อเตือนสติตนเอง และแบ่งปันแก่ญาติมิตรที่รักค่ะ
คนที่ “เป็นตัวของตัวเอง” อย่างมีปัญญา (ไม่ใช่เป็นตัวของตัวเองด้วยความโง่ อวดดื้อถือดี สำคัญตนผิด)
จึงเป็นคนที่มองโลกใบนี้อย่างรื่นรมย์ กายเบา จิตเบา อัตตาเบา อยู่ในโลกอย่างเป็นนาย ไม่ถูกโลกและโลกย์ลากไป – ว.วชิรเมธี
Only those who are wisely “themselves” (not through ill-advise, imprudence or self-importance) Are people who look at the world blissfully.
Not weighed down physically, spiritually or egoistically. They are their own masters, Unswayed by the world and worldly influences. - V. vajiramedhi
ขอกราบนมัสการท่าน ว. วชิรเมธี ด้วยความศรัทธาและเคารพยิ่งค่ะ

กาลามสูตรกังขานิยฐาน 10 (หมายถึง วิธีปฏิบัติในเรื่องที่ควรสงสัย หรือหลักความเชื่อ ที่ตรัสไว้ในกาลามสูตร — how to deal with doubtful matters; advice on how to investigate a doctrine, as contained in the Kalamasutta)
1. มา อนุสฺสเวน (อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา — Be not led by report)
2. มา ปรมฺปราย (อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบๆ กันมา — Be not led by tradition)
3. มา อิติกิราย (อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ — Be not led by hearsay)
4. มา ปิฎกสมฺปทาเนน (อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ — Be not led by the authority of texts)
5. มา ตกฺกเหตุ (อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก — Be not led by mere logic)
6. มา นยเหตุ (อย่าปลงใจเชื่อ เพราะการอนุมาน — Be not led by inference)
7. มา อาการปริวิตกฺเกน (อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล — Be not led by considering appearances)
8. มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา (อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว — Be not led by the agreement with a considered and approved theory)
9. มา ภพฺพรูปตาย (อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ — Be not led by seeming possibilities)
10. มา สมโณ โน ครูติ (อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา — ฺBe led not by the idea, ‘This is our teacher’)
ต่อเมื่อใด รู้เข้าใจด้วยตนว่า ธรรมเหล่านั้น เป็นอกุศล เป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษ เป็นต้นแล้ว จึงควรละหรือถือปฏิบัติตามนั้น
สูตรนี้ ในบาลีเรียกว่า เกสปุตติยสูตร ที่ชื่อกาลามสูตร เพราะทรงแสดงแก่ชนเผ่ากาลามะ แห่งวรรณะกษัตริย์ ที่ชื่อเกสปุตติยสูตร เพราะพวกกาลามะนั้นเป็นชาวเกสปุตตนิคม
จาก
พจนานุกรมพุทธศาสตร์
ฉบับประมวลธรรมพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา
–สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส –

A few years ago, I bought a book named ”Dharma at Dawn” by W.Vajiramedhi.
It is a good book. One of the thought pieces in this book I like is :
Good times or bad times may depend on
Our attitude in facing situation.
If we keep our cool and remain perceptive
Woe may become joy,
Problems may turn into wisdom,
And a crisis may become an opportunity.
100% agree!!