ปราสาทสัจจธรรม – จากความฝันสู่ความจริง

All our dreams can come true, if we have the courage to pursue them.

— Walt Disney


ไปพัทยาคราวนี้ ที่พักอยู่ใกล้กับปราสาทสัจจธรรม  แบบว่าเดินเล่นที่หาดหน้าโรงแรม ได้ภาพประมาณนี้เลย

ถ้างั้นจะรออะไร ต้องแวะเที่ยวกันหน่อยแล้ว

ปราสาทไม้ทั้งหลังแห่งนี้ สร้างตั้งแต่สิงหาคม  2524  แต่จนบัดนี้ยังสร้างไม่เสร็จ หากสงสัยว่าทำไมจึงนาน คำตอบอยู่ที่ตอนเข้าไปเห็นของจริงนี่แล ทั้งใหญ่และมีรายละเอียดและเรื่องราวในทุกจุด ทุกบริเวณ แถมเป็นงานแกะสลักไม้ทั้งสิ้น ไม่แปลกใจที่ใช้เวลา และแรงงานอย่างมาก ในแต่ละวัน มีคนงานร่วม  300  ชีวิต มาช่วยกันสร้างปราสาทหลังนี้

ก่อนเข้าสู่ตัวปราสาท เรานั่งรถม้าชมรอบ ๆ ได้เห็นการตกแต่งด้านนอกที่ดูยิ่งใหญ่มาก

 

ตัวปราสาทประกอบด้วยห้องโถงกลางและห้องที่มีทางเปิดอีกสี่ห้องตามทิศทั้งสี่ แต่ละห้องจะแสดงปรัชญาเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ซึ่งสรุปตามความเข้าใจของเราเองได้ดังนี้

  • ตัวตนของเราไม่มีอยู่จริง สิ่งที่เห็นเป็นตัวเรา เป็นองค์ประกอบของธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ พลังงานที่ใช้ก็เชื่อมโยงมาจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว
  • พ่อแม่คือผู้ที่รักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข รักบริสุทธิ์ ไม่ต้องการสิ่งใดจากลูก ต้นแบบของคุณธรรมเริ่มจากครอบครัว คือพ่อแม่ของเรา
  • ตัวเรานั้นเล็กนิดเดียว สุดท้ายก็จากโลกนี้ไป ที่หลงเหลือไว้ ก็คือการกระทำหรือผลงาน อย่างความฝันของเจ้าของปราสาทแห่งนี้ ที่ตั้งใจสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ จนออกมาเป็นความอลังการงานสร้างจริง ๆ

นอกจากการชมตัวปราสาทแล้ว ยังมีการแสดงรำไทยและการต่อสู้แบบไทยให้ชมกันพอสมควร ไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป แต่ต้องไปให้ตรงรอบนะคะ สำหรับคนที่ชอบกิจกรรมผจญภัยมากขึ้นกว่าสามารถเลือกขี่ช้างหรือนั่งสปีดโบ้ท ได้ด้วย

ราคาบัตรเข้าชมปราสาท 500 บาท เป็นราคาที่คิดหนักก่อนเข้าชมเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจได้ว่า งานขนาดนี้ ค่าเข้าชมเท่านี้ ไม่แพงเลย แล้วหากเป็นผู้สูงอายุ  75 ปีขึ้นไป ได้ลดครึ่งราคาด้วยนะ แนะนำให้ไปเช้า ๆ นะคะ เพราะจะได้หลบแดด ส่วนผู้สูงอายุที่อาจเดินขึ้นบันไดไม่ไหว เขามีลิฟท์ให้ค่ะ แล้วเจ้าหน้าที่ก็ดูแลผู้สูงอายุดีมาก ขอขับรถเข้าไปจอดรับส่งด้านในก็ได้ค่ะ

พิเศษสุดสำหรับผู้ที่ชอบเสี่ยงโชค เราแอบเห็นมีรอยแป้งที่เสาตะเคียนอายุ 600 ปี ที่เป็นเสาเอกของปราสาทด้วยนะ จะบอกให้

ของดี ราคาไม่แพง มีอยู่จริงไหม – ตอน ครัวเรือนเจ้าพระยา มาทีไรก็ไม่ผิดหวัง

Learn to enjoy every minute of your life. Be happy now. Don’t wait for something outside of yourself to make you happy in the future. Think how really precious is the time you have to spend, whether it’s at work or with your family. Every minute should be enjoyed and savored.

— Earl Nightingale


วันหยุดยาว เป็นช่วงเวลาที่ควรมีกิจกรรมร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัว การรับประทานอาหารอร่อยร่วมกันแบบสบาย ๆ ในบรรยากาศดี ๆ น่าจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่หลายครอบครัวเลือกจะทำ

ครัวเรือนเจ้าพระยา เป็นร้านที่เหมาะแก่การพาสมาชิกครอบครัวไปทานอาหารอย่างมีความสุข เพราะถูกลิ้น ถูกตา และถูกสตางค์ ชวนให้ถูกใจหลาย ๆ คน

ถูกลิ้น เพราะอาหารที่สั่งมาอร่อยทุกจาน ถ้าอยากทานกุ้งแม่น้ำตัวโต ก็มีให้สั่ง เมนูขึ้นชื่อสุด คือ กุ้งแม่น้ำซอสมะขาม  เราชอบพล่ากุ้ง อร่อยเด็ดเช่นกัน แต่คราวนี้ไม่ได้สั่ง

น้ำพริกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกกะปิ น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกลงเรือ รสกลมกล่อม และราคาดีงามทีเดียว

ปลากระพงทอดราดน้ำปลาก็ทอดได้กรอบ รสชาติลงตัว ไม่ต้องราดน้ำจิ้มก็อร่อยชัดเจน

ส่วนที่ต้องสั่งทุกครั้ง ไม่เคยพลาดได้แก่ แกงคั่ว วันไหนไม่มีหอยขม ก็สั่งไก่บ้านหรือปลาดุกแทน ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ รสละมุน เติมข้าวแล้วเติมข้าวอีก แล้วก็ทอดมันปลากราย ชิ้นใหญ่และหนา ทำได้เหนียวกำลังดี ถูกใจทุกคน

แกงส้มชะอมกุ้งใส่กุ้งแม่น้ำมาตัวใหญ่ไม่น้อย จานนี้ก็รสกำลังดีเหมือนกัน เด็ก ๆ ชอบมาก แต่ถ้าไม่ทานเผ็ดจัด ก็บอกเขาได้ว่า ลดความเผ็ดลงหน่อย ความอร่อยก็ไม่ลดลงนะเราว่า จริง ๆ ก็ไม่ได้เผ็ดมากนักอยู่แล้วล่ะ

เขามีมะพร้าวอ่อนเป็นลูก ๆ ให้สั่งกันด้วย มีของหวานทั่ว ๆ ไป แล้วก็มีไอติมแท่งอยู่ในตู้ให้เลือกหยิบทาน

ส่วนเรื่องของความถูกตานั้น วิวดีอย่างนี้เลย เพราะติดแม่น้ำเจ้าพระยา จะซื้ออาหารไปเลี้ยงปลา ก็เป็นอีกสิ่งที่ชวนเพลิดเพลินได้

ที่ว่าถูกสตางค์ ก็เพราะจากภาพทั้งหมด บวกกับมะพร้าวสองลูก ไอติมสองแท่ง ข้าวและน้ำดื่ม รวมแล้ว 1,295 บาทเอง บอกก่อนว่า อาหารแต่และจานปริมาณไม่น้อย ค่อย ๆ สั่ง ก็ได้นะ ที่เห็นนี้เราทานกันผู้ใหญ่ 5 เด็กไม่เล็กแล้ว 2 เหลือแกงคั่วห่อกลับบ้านนิดหน่อย

ทั้งหมดนี้ ช่างดีต่อใจ


ครัวเรือนเจ้าพระยา ตั้งอยู่ใกล้วัดไก่เตี้ย อำเภอสามโคก จ.ปทุมธานี ถามอากู๋เพิ่มเติมได้จ้ะ

Hello VAN GOGH บางละมุง – ศิลปสถานที่มักถูกมองผ่านเลย

Love many things, for therein lies the true strength, and whosoever loves much performs much, and can accomplish much, and what is done in love is done well.

—- Vincent van Gogh


เวลาพัทยา คุณไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง เราก็เหมือนหลาย ๆ คน ก่อนไป ก็ต้องพึ่งอากู๋ปักหมุดกันก่อน ว่าจะไปไหนดี แล้วก็พบสถานที่หนึ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

Hello VAN GOGH บางละมุง เป็นที่ที่เราค้นพบ แล้วก็ร้อง ว้าว มีที่นี้ด้วยหรือ จะพลาดได้ไง ศิลปินในดวงใจทีเดียวนะ ปักหมุดเป็นที่แรกเลย เที่ยวก่อนเช็คอินเข้าพักโรงแรม

ไม่ถึงชั่วโมงครึ่งเราก็ถึงที่หมาย ขับไปเรื่อย  ตามที่ map จะพาเราไป  ที่จอดรถมีเหลือเฟือ ครอบครัวเราเป็นลูกค้ากลุ่มเดียว หลังจากที่มีทัวร์มาลงหนึ่งคณะเล็ก แล้วจากไปก่อนหน้าเรานิดหน่อย  หากมองจากข้างนอก อาจมโนไปเองได้ว่า ไม่เห็นจะมีอะไร แต่ถ้าตัดสินใจซื้อบัตรเดินเข้าไปข้างใน ก็อาจรู้สึกได้ว่า ไม่ควรตัดสินหนังสือด้วยปก

ตรงโถงทางเข้าจะเป็นการแสดงภาพเขียนที่เขาขาย เสียดายที่กล้องมีปัญหา ไม่ได้ภาพมา มีซุ้มรอบ ๆ ให้เราได้ถ่ายภาพกับ  prop ต่าง ๆ ที่มาจากภาพเขียนที่มีชื่อเสียงด้วย

ก่อนเข้าชมด้านใน แวะเข้าห้องน้ำเสียก่อนให้เรียบร้อย สำหรับคนรักวินเซ็นต์ ดูภาพประดับห้องน้ำ ก็น่าจะมีความสุขอยู่ทีเดียว

เข้ามาข้างใน คราวนี้ได้พบกับของจริง ที่นอกจากจะแสดงประวัติของวินเซ็นต์แล้ว ยังมีการเชื่อมโยงสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดงานศิลปะของเขา ที่รวมถึงผลงานของศิลปินหลายคน  และที่เราชอบและคุ้นตา ก็จะเป็นงานของโมเน่ต์ ที่เขาอุทิศพื้นที่ให้พอสมควร

สิ่งที่ได้สัมผัส มีทั้งภาพเขียน ภาพแอนนิเมชัน การจัดสถานที่อย่างห้องอาหารของโมเน่ต์และห้องนอนของวินเซ็นต์แล้วก็ยังมีเพลงที่เลือกมาอย่างดี ทำให้อิ่มเอมจากการรับชม รับฟัง นำไปสู่ความอิ่มเอมทางใจ

ปิดท้ายด้วยห้องเล่นเกม ที่มีทั้งปาลูกบอลเพื่อดูภาพ และเกมที่ให้เราใช้มือกวาดเพื่อวาดภาพ สนุกไปอีกแบบ รวมทั้งร้านขายของที่ระลึก ที่เราแอบเสียดายว่า ผลงานของวินเซ็นต์ขายหมดไม่เหลือให้เราซื้อ (แต่พนักงานบอกว่า ของจะเข้ามาเร็ว ๆ นี้)

 

สำหรับเราแล้ว บัตรเข้าชมราคา  200  บาท ไม่แพง เพราะดูจะลงทุนไปมาก พนักงานทุกคนก็อัธยาศัยดี ให้การต้อนรับและช่วยเหลืออย่างสุภาพและอ่อนโยน แต่ไฉน คนเข้าชมน้อยมาก

อยากชวนกันไปเที่ยวเยอะ ๆ เขาจะได้อยู่ได้นาน ๆ และเราอาจได้แวะไปซื้อของที่ระลึกของวินเซนต์จริง ๆ ในคราวหน้า

สำหรับคราวนี้ เราได้โพสต์การ์ด Sunday Afternoon on the Island of La Grande Jatte by Seurat  มา  ที่พี่ฝรั่งเราชอบมาก งดงาม ใส่กรอบแล้วล่ะ

ของดี ราคาไม่แพง มีอยู่จริงไหม – ตอนหูฟัง 330 บาท

เราเป็นพวกไม่ค่อยกล้าใช้สตางค์มากมายนัก แต่อยากได้ของใช้ที่ราคาไม่แพง ช่วงที่ผ่านมา อยากได้หูฟังที่เสียง ok  ลองถาม ๆ ดู คนรอบข้างซื้อหูฟังกันคู่ละหลายพันบาท

โอว ไม่ใช่เรา ของเราต้องหลักร้อยเจ้าค่ะ

จะหาของดี ราคาไม่แพง ก็ต้องลงแรงทำวิจัย เริ่มตั้งแต่ ถามอากู๋ แล้วตามต่อด้วยการนั่งดูรีวิวบน youtube  ที่เรามั่นใจว่า เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ทำกันแบบนี้ ชิมิ

ใช้เวลาหลายชั่วโมง จนมาเจอสิ่งนี้

หูฟัง Earbud  รุ่น 3800 MOD GEN 2 Gold Edition ราคา 330 บาท ที่คนที่รีวิวเขาบอกว่า คุ้มมาก สำหรับราคานี้ มี small talk ให้ด้วย

ถ้าดูหน้าตา เราว่าออกจะ  heavy ไปนิดสำหรับผู้หญิง แต่ราคาขนาดนี้ น่าลองมาก รออะไรล่ะ สั่งเลย

ได้ของมาแล้วก็ลองฟัง ๆ ๆ แล้วก็ให้บรรดาผู้ที่มีหูฟังราคาหลายพันช่วยฟัง สรุปได้ว่า เสียง OK  บางท่านแอบกัดว่า นี่ หู ฟังอะไรของเธอ สายหน้าตาราวกับหางจิ้งเหลน

แหม อย่าตัดสินหนังสือด้วยปก อย่ามองสายหูฟัง แล้วเห็นเป็นเรื่องตลกสิคร้า

สุดท้ายเกจิทั้งหลาย ประมาณราคากันที่หนึ่งพันบาท ความดีก็คือ เบสมา เสียงใส แต่ยังไม่พีค เวลาเสียงสูง ๆ

เฮ้ย คุ้มสินะ คุณภาพเกินราคา หูเราไม่ซีเรียสมาก แบบนี้ก็ถือว่าดีงามแล้ว

หนึ่งในบรรดาผู้รีวิวครั้งนี้คือหลานชาย ผู้เปิดเพลงของ Guns ‘N Roses  เพื่อลองฟัง ให้คำแนะนำมาเพิ่มเติมว่า คราวหน้าน้าลองซื้อแบบ in ear  นะ เสียงจะได้มาเต็ม ๆ ตัดเสียงรบกวนได้ดีกว่า

รับทราบจ้า ไว้จะลองใหม่นะจ๊ะ

(ถ้าสงสัยว่าซื้อที่ไหน ซื้อจากร้านเบสหนัก.com จ้ะ มิได้ค่าโฆษณา แต่อยากสนับสนุนคนที่มีความตั้งใจประกอบอาชีพค่ะ หูฟังร้านนี้ฝีมือคนไทย modify เอง เท่าที่เราลองค้นประวัติดูนะ)

My Lamy: ขนาดหัวปากกา Lamy

นอกจากจะซื้อปากกามาฝากแล้ว พี่ยังขอโบร์ชัวร์ปากกา Lamy มาฝากด้วยสองเล่ม

ปกหลังด้านในมีขนาดของหัวปากกา หรือ nib grades พร้อม จุดไข่ปลาให้ทดลองเขียนด้วย เข้าใจว่าคงให้ลองตอนซื้อปากกา แต่พี่เราใช้ Line call มาถามเลยว่าชอบหัวขนาดไหน เรารับสายช้า เกือบชวดซะแร้ว

ปกติเราก็ใช้ F กับ EF เป็นส่วนใหญ่ คือ 0.7 และ 0.5 มม. ตามลำดับ

ในโบร์ชัวร์มีปากกาหลายรุ่นมาอวดโฉมกัน เห็นแล้วก็เกิดกิเลสกันต่อไปจ้า

My Lamy: Lamy AL-Star Vibrant Pink – Special Edition 2018

Al-star Vibrant Pink ด้ามนี้ ได้มาสักสองเดือนแล้ว พี่ไปญี่ปุ่น เห็นเขาวางขาย เลยคิดถึง พี่บอกว่า ที่เขาวางขายน่ะ อลังการมาก ไม่บอกเปล่า ส่งรูปมาด้วย

เราคิดว่า สาวก Lamy เห็นแล้วคงฟินกันบ้างล่ะนะ

เขียนแล้วลื่นปรื๊ด สีและสัมผัสที่เป็นโลหะวาว ความมันกำลังดี เลอค่ายิ่งนัก

ถ้าให้พก Lamy ได้แค่ด้ามเดียว แบบโชว์ก็ได้ ใช้ก็ดี ต้องบอกว่าด้ามนี้เอาอยู่จ้า

ขอบคุณขุ่นพี่ ที่ซื้อของฝากได้ถูกใจคนรับเป็นยิ่งนัก…กราบ

อิ่มอร่อย จัดเต็ม กับบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น

วันนี้ นัดพี่ ๆ น้อง ๆ ในทีมไปฉลองงานเสร็จ นัดแล้วก็เลื่อน ๆ ๆ หลายรอบ จนในที่สุดก็ได้มาทานกันเสียที น้อง ๆ เลือกร้าน Suku Suku ตรงก่อนพหลโยธิน 14  เพราะมีบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม

สนนราคามีตั้งแต่ 599 , 799 และ 1,299 บาท พวกเราเลือก 799 บาทกันเพราะคิดว่าน่าจะคุ้มและเหมาะกับความชอบของพวกเรามากสุด ราคานี้นั่งทานได้ชั่วโมงครึ่ง มีชาเขียวร้อนหรือเย็นให้เลือกทานได้มาพร้อมในแพ็กเกจค่ะ  ทานของคาวเสร็จ เขามีขนมปิดท้ายคือเยลลี่ปีโป้แช่แข็ง แถมให้ โห ไม่ได้ทานมานานขนาดไหนแล้วนะเนี่ย

ต้องบอกว่า แต่ละจานของเขามีคุณภาพ อร่อยทุกจาน ทานแล้วมีความฟินยิ่งนัก ได้ใช้เวลาในช่วงพักเที่ยง  หาความสุขกายและใจแบบง่าย ๆ ด้วยการทานของอร่อยนี้เอง

อิ่มหนำสำราญ ชาร์จแบตกายและใจ กลับมาพร้อมรับงานใหม่ ๆ ต่อไป เย้

จ๊ากกี่ ร้านราดหน้าที่อร่อย และคอยมานาน

ในที่สุดก็ได้มาสักที จ๊ากกี่ ร้านราดหน้าที่ร่ำลือ ร้านนี้อยู่บนถนนรางน้ำ เข้ามาคือซอยราชวิถี 7 หรือซอยวัฒนโยธิน หาไม่ยาก แต่ที่ยากคือที่จอดรถ ที่มีไม่มาก ต้องจอดด้านหลังร้าน หรือจอดที่ศาลเจ้าฝั่งตรงข้าม

ร้านนี้ดังเรื่องราดหน้า จานละร้อยกว่าบาท แต่ถ้าไม่ทานราดหน้า ก็มีอย่างอื่น คือบะหมี่เกี๊ยว ของทานเล่นมีสองอย่างคือ เกี๋ยวทอด กับแฮ่กึ๊นทอด

ถ้าคุณอ่านรีวิวร้านนี้ อาจรู้สึกแปลกดี ที่บางคนบอกว่าอร่อย บางคนก็ว่าไม่ เพราะอะไรกัน?

ถ้าถามเรา เราคิดว่าโลกนี้เป็นอย่างนี้ ดีหรือไม่ดีอยู่ที่ความคาดหวัง ถ้าคุณคาดหวังที่จะได้กินราดหน้าที่น้ำราดข้นกำลังดี รสหวานและเค็มกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุง (เแต่ผู้ที่ชอบหรือชินกับราดหน้าหวาน ๆ อาจมองต่างมุมออกไป) เส้นใหญ่ผัดมาหอม ๆ หรือถ้าเส้นหมี่ก็มีความกรอบกรุบลงตัวเวลาเคี้ยว เนื้อหมูที่นุ่ม กับผักคะน้าทั้งต้นเขียวน่ากิน ทั้งจานได้องค์ประกอบที่ลงตัวทั้ง สัมผัสคือ texture เวลาเคี้ยว กลิ่นที่หอม รสที่อร่อย และหน้าตาธรรมดาแต่น่ากินยิ่งนัก ก็มาร้านนี้ได้

ส่วนของทอดสำหรับกินเล่นนั้น ก็ Ok เมื่อเทียบกับราดหน้าที่เด็ดมาก กินขาดไปแล้ว

และแล้วก็อิ่มหนำสำราญผ่านไปอีกมื้อค่ะ

วันเดียวเที่ยวดูสัตว์น้ำ

Nature always wears the colors of the spirit.

Ralph Waldo Emerson

หาที่เที่ยวในกรุงเทพฯ แบบง่าย ๆ สะดวก ไม่เคยไปมาก่อน สุดท้ายมาลงตัวที่ SEA Life Bangkok ที่สยามพารากอน เราซื้อตั๋วลด 30% เงื่อนไขคือไปวันธรรมดาก่อนเที่ยง สบายมาก ขนาดวันธรรมดาคนก็ยังเยอะพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ

คนรีวิวกันเยอะมากอยู่แล้ว เรารีวิวสั้น ๆ ละกัน

  • ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับบรรดาสัตว์น้ำและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เขารวบรวมมาให้เราดู
  • กว่าจะเดินครบทุกจุด ใช้เวลาพอสมควร แนะนำให้นั่งพักแถวตู้ปลาใหญ่ ๆ เพลินดี
  • ข้างในมืด ถ่ายรูปไม่ง่าย แต่มือถือที่ใช้ก็พอได้อยู่
  • แม้จะมืด แต่พื้นเรียบ wheelchair เข้าได้ ผู้สูงอายุก็เดินสะดวก
  • ที่เราชอบมากกลับไม่ใช่สัตว์ใหญ่อย่างฉลาม หรือปูยักษ์ แต่เป็นบรรดากุ้งตัวเล็กตัวน้อย ที่สีสวยงาม และมีรายละเอียดตามตัวมากมาย ม้าน้ำที่ค่อย ๆ ลอยละล่องไปเรื่อย ๆ รวมทั้งน้องเพนกวิน ที่ชอบมาหยอกเล่นริมตู้กระจกกับเด็ก ๆ น่าเอ็นดู
  • เดินเข้ามาข้างในแล้ว เดินดูได้  เขาไม่ได้จำกัดเวลา แต่เข้าใจว่าปิดสองทุ่มนะ
  • ร้านกาแฟตรงด้านในใช้ได้นะ ไม่แพงมากนัก หิวน้ำหิวขนมซื้อทานได้
  • เดินเรื่อย ๆ เราคิดว่า มีสองชั่วโมงน่าจะกำลังดี
  • โดยสรุป สมควรไปนะ เราว่า

เกาะสีชัง – เรียบง่าย สงบ งดงาม

The only source of knowledge is experience.

— Albert Einstein —

ต่อจากโพสต์ที่แล้ว เราค้างบางแสนหนึ่งคืน นั่งมองวิวทะเลเห็นเกาะสีชังอยู่ไกล ๆ พ่อบอกว่า เกาะสีชังอยู่แค่นี้ แต่ยังไม่เคยไปเลย  ok ไปได้ค่ะ ไม่เคยไปเช่นกัน

check out ออกจากที่พักประมาณ 10 โมงเศษ ก็มุ่งหน้าไปท่าเรือจรินทร์ เนื่องจากเกาะลอยปิดปรับปรุง สอบถามผู้คนแถวนั้น คาดกันว่า คงอีกเป็นปี กว่าเกาะลอยจะเปิด ท่าจรินทร์จริง ๆ แล้ว เป็นสะพานปลา แต่นำมาเป็นท่าเรือโดยสารชั่วคราวระหว่างที่เกาะลอยปิดการใช้งานอยู่ ไม่มีที่จอดรถที่ท่า เราแวะถามแม่ค้าขายกาแฟแถวนั้น แนะนำให้หาที่จอดรถด้านนอก เราได้ที่จอดตรงทางเข้าไนท์บาร์ซาร์ แล้วเรียกตุ๊ก ๆ ไปท่าจรินทร์ ค่าตุ๊ก ๆ 60 บาท ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ

ไปถึงท่าเรือจรินทร์ 10.58 น. เหลืออีกสองนาทีเรือจะออก ได้ยินเสียงแตรเรือดังลั่น ซื้อตั๋วแล้วรีบลงเรือ แต่รีบไม่ได้ดั่งใจ เพราะทางลงเป็นบันไดไม้พาดที่มีราวข้างเดียว สูงและชัน (สูงสักสองเมตรกว่า ลาด 45 องศา) จนคิดว่า แม่จะลงอย่างไรไหว คนเรือและคนที่ท่าเรือให้กำลังใจกันมากว่าลงได้ แล้วก็ช่วยกันจับช่วยกันประคอง จนแม่สามารถลงเรือได้สำเร็จ ขอขอบคุณอีกครั้งมา ณ ที่นี้

ค่าตั๋วเรือโดยสารคนละ 50 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็ถึงเกาะ กลางทะเลก็มีเรือให้ชม มีนกให้ดูเป็นระยะ ๆ

พอถึงท่าเรือที่ฝั่งเกาะสีชังนี้ ทางขึ้นสะดวกกว่ามาก ขึ้นมาก็พบกับบริการรถสกายแล็ปนำเที่ยว คันละ 250 บาท บอกพี่คนขับว่า ไปแบบที่ไม่ต้องเดินลำบากมาก แม้จะใกล้แปดสิบแล้ว พ่อยังเดินไหว แต่แม่คงไม่ไหวด้วย

พี่คนขับพาไปที่แรกคือไปไหว้พระทำบุญที่ศาลเจ้าด้านล่าง มิได้ขึ้นไปศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ด้านบนเพราะขึ้นลำบาก แต่ก็ได้แวะจอดให้พวกเราได้ไหว้สักการะท่านจากด้านล่างก่อนถึงศาลเจ้าเล็กที่เราไปทำบุญโลงศพ เจ้าหน้าที่ในศาลเจ้าที่ดูแล้วอาจะเป็นจิตอาสา อธิบายขั้นตอนและให้ความช่วยเหลือให้เราสามารถไหว้และปักธูป ตีกลอง ตีฆ้องได้ถูกต้อง และช่วยดูแลแม่ด้วย ขอขอบคุณอีกครั้งเช่นกัน

ต่อจากศาลเจ้า ก็ไปที่ช่องเขาขาด ชมวิวอันสวยงามสงบเงียบ แบบที่เห็นกันคุ้นตาตามรีวิวต่าง ๆ บนเน็ต จากนั้นเราก็เริ่มหิวน้ำ อ่านเจอว่ามีร้านเจ็ดสิบเอ็ดบนเกาะ จึงขอให้พี่คนขับพาไป พี่เขาพาไปจอดหน้าร้านนี้ อืมมม เปลี่ยนใจอุดหนุนร้านนี้ดีกว่า

มีความประทับใจร้านส่วนกี่เบเกอรี่นี้เป็นอย่างมาก คุณน้าเจ้าของร้าน ขายของอยู่คนเดียว เราสั่งกาแฟสามแก้ว ขนมปังเนยน้ำตาลนมหนึ่งจาน ขนมปังสังขยาหนึ่งจาน ทั้งหมด 85 บาท ทิปไป 15 บาท คุณน้าไม่รับ บอกว่า ตรงไปตรงมา คือเก็บเงินตามราคาเท่านั้นพอค่ะ  คุณน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ขอเข้าห้องน้ำก็ยินดีให้ใช้ได้เต็มที่

ร้านนี้เปิดมานาน ยังคงเก็บข้าวของเก่า ๆ ไว้ ตามภาพ สรุปว่าร้านเจ็ดสิบเอ็ดไม่ได้รับการอุดหนุนจากเราในวันนี้ ขอให้คุณน้าขายดียิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ สังขยาหอมไข่แดงมากค่ะ

 

สถานีต่อไปคือสะพานอัษฎางค์ซึ่งเป็นเขตพระราชฐาน สะพานแห่งนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เห็นหลายคนเขียนว่าเป็นสะพานแห่งรัก ไม่รู้เหตุผล แต่บอกได้ว่าเข้าไปรู้สึกโรแมนติค สถานที่ก็ร่มรื่น แม้เราจะไปเยือนกลางแดดเปรี้ยง  ในเขตพระราชฐานนี้มีจุดท่องเที่ยวอีกหลายจุด แต่ไม่ได้เดินไป เพราะพ่อกับแม่เริ่มเหนื่อย

สุดท้ายก่อนกลับไปท่าเรือ คือ พ่ออยากชมชายหาดของเกาะสีชัง พี่คนขับจึงพาไปหาดถ้ำพัง ซึ่งพี่เขาเล่าว่าบางช่วงนักท่องเที่ยวเต็มหาดทั้งไทยและต่างประเทศ เราไปวันธรรมดา หาดจึงดูเงียบสงบดี หาดนี้เป็นหาดเดียวในเกาะที่สามารถเล่นน้ำได้

กลับมาขึ้นเรืออีกครั้ง ค่าเรือขากลับก็ 50 บาทเท่ากับขามา ตอนกลับขึ้นฝั่ง ก็มีพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ใจดีทั้งในเรือและบนท่าช่วยกันพาแม่ขึ้นจนสำเร็จ ก็ขอขอบคุณอีกครั้งเช่นกันค่ะ

ขอบคุณที่สุดคือพ่อ ที่ชวนเที่ยว และดูแลแม่เป็นอย่างดีตลอดการเดินทางนี้ ขอบคุณแม่ที่ไปไหนไปกันค่ะ