Archive for the ‘เรื่องพิเศษ’ Category

ขอเชิญส่งภาพถ่ายเข้าประกวดในหัวข้อเป้าหมายการลงทุน “My Investment Dream”

วันจันทร์, กรกฎาคม 5th, 2010

poster
ก.ล.ต. จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “ต่างมุมคิด ต่างชีวิต ต่างสไตล์ ต่างเป้าหมายการลงทุน” หรือ “My Investment Dream” เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงประโยชน์และให้ความสำคัญกับการออมและการลงทุนที่สามารถช่วยให้แต่ละคนไปถึงเป้าหมายของชีวิต  โดยขอเชิญประชาชนร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวดและลุ้นรางวัลกว่า 50,000

นายธีระชัย  ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า “การลงทุนในตลาดทุนเป็นวิธีทางหนึ่งที่ทำให้ความฝันของหลายๆ คนเป็นจริง  บางคนมีความฝันอยากให้อนาคตที่ดีแก่ลูก บางคนฝันอยากมีบ้านหลังใหญ่ มีรถคันใหม่ หรืออยากมีชีวิตที่สุขสบายในวัยเกษียณ  ซึ่งการลงทุนที่จะประสบความสำเร็จผู้ลงทุนจะต้องมีเป้าหมายในการลงทุน  ต้องรู้จักตัวเองว่ารับความเสี่ยงได้ขนาดไหน และรู้จักสินค้าที่จะลงทุนเป็นอย่างดี   การจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่าย “ต่างมุมคิด ต่างชีวิต ต่างสไตล์ ต่างเป้าหมายการลงทุน” ของ ก.ล.ต. มุ่งหวังให้ประชาชนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการลงทุนในตลาดทุนที่สามารถนำสิ่งดีๆ มาสู่ชีวิต  ก.ล.ต. จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนทั้งที่ลงทุนอยู่แล้วและผู้ยังไม่ได้เริ่มลงทุนในตลาดทุนเข้าร่วมกิจกรรมประกวดภาพถ่ายของ ก.ล.ต. ในครั้งนี้”

 

ทั้งนี้ ผู้ชนะการประกวดจะได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท  รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 8,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 6,000 บาท และรางวัลชมเชย 5 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 3,500 บาท พร้อมเกียรติบัตรจาก ก.ล.ต.   นอกจากนี้ ยังมีรางวัลผู้โชคดีจากการจับฉลากอีก 10 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 500 บาท  โดยเปิดรับภาพถ่ายตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2553  ประกาศผลวันที่ 20 กันยายน 2553 ดูรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์ ก.ล.ต.  www.sec.or.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์ 02-263-6005

ตามหาโลมา…สุดขอบฟ้า

วันศุกร์, มกราคม 1st, 2010

เคยอ่าน/ดู/ฟัง/ข่าวว่าโลมาจะมาแถวอ่าวบางปะกง ช่วงเดือน พ.ย. – ก.พ. ของทุกปี ปีนี้ได้ฤกษ์ ชวนพ่อกับแม่ไปดูโลมากัน

ใครหนอก็ไม่รู้บอกไว้บนเว็บว่า อย่าไปสายกว่าเก้าโมง เราจึงออกเดินทางกันตั้งแต่ 6.30 น. ไปถึงที่หมายคือท่าเรือหมู่ 8 ที่ท่าข้าม (วิ่งเส้นทาง กทม.-ชลบุรี ผ่านโรงไฟฟ้าบางปะกง ชิดขวา กลับรถตรง กม. 53 จากนั้นชิดซ้าย ประมาณ 700 เมตร แล้วออกทางคู่ขนาน ไปอีก 300 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทาง ขับตามป้ายบอกทางไปดูโลมาเรื่อยๆ สักพักก็ถึงค่ะ สองกิโลเห็นจะได้ ถึงตอนนี้จำทางไม่ค่อยได้แล้ว)

 

ถึงที่หมาย 7.15 น. ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย มีแต่เรือชาวประมงค่ะ แต่ห้องน้ำสะดวกและสะอาดใช้ได้ค่ะ เข้าห้องน้ำก่อนทำอย่างอื่น จากนั้นก็ไปเหมาเรือเพื่อไปดูโลมา เรือประมงนั่งได้ 4-5 คน ไม่รวมนายท้ายและต้นหน เราไป 3 คน นั่งสบายมาก ค่าเหมาเรือ 600 บาท ไม่ต่อค่ะ เนื่องจากต้องการอุดหนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของท้องถื่นนั้น

พาหนะของเรา

พาหนะของเรา

 

นายท้ายพาเราล่องเรือไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ ไกลมาเสียจนต้องหันไปถามว่า ปกติมาไกลขนาดนี้หรือ จึงได้คำตอบว่า ปกติไม่ไกลแบบนี้หรอก วันนี้เช้าไปหน่อย ไม่มีแดด และลมจัด ปลาจึงไม่ขึ้นมา โอ้….ไม่เคยรู้เลยนะเนี่ย

ขาไป...ตั้งใจมองหา

ขาไป...ตั้งใจมองหา

ไปไกลจนเกือบจะถึงปากอ่าวได้ละมั้ง ไม่มีวี่แววโลมาสักตัว ไกลเสียจนรู้สึกโหวงเหวง สมาชิกคณะทัวร์ทั้งจึงเห็นพ้องต้องกันว่า กลับดีกว่า แม้ไม่เห็นโลมา ก็เห็นซากปลาดุกทะเลลอยน้ำมาหลายตัว สงสัยโลมาจะกินเหลือ ที่น่าดูก็คือนกที่มาจับปลาเป็นอาหาร ซึ่งโฉบได้ว่องไว และเมื่อจะบินขึ้นก็สลัดปีกอย่างรวดเร็วอย่างกับเครื่องร่อนทีเดียว

อยู่ไหนหนอ

อยู่ไหนหนอ

ไม่พบโลมา แต่อากาศกลางทะเลดีมาก ก็โอเคอะนะ

ขากลับ...อ่อนล้า..แต่พอไหว

ขากลับ...อ่อนล้า..แต่พอไหว

(ใครมีประสบการณ์ดูโลมาช่วงนี้ เล่าให้ฟังบ้างนะคะ เห็นบางท่านบอกว่า ควรไปตอนปลายเดือนมกราคม จริงไหมเนี่ย)

สวัสดีปีใหม่ 2553 ค่ะ

วันพฤหัส, ธันวาคม 31st, 2009

flower

วันเดียว เที่ยวหัวหิน

วันพฤหัส, ธันวาคม 31st, 2009
บ่อน้ำที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

บ่อน้ำที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน มีโอกาสไปเที่ยวหัวหินกับเพื่อนและครอบครัวค่ะ ปัญหามีอยู่ว่า อยากพาเพื่อนไปหัวหิน แต่ค้างไม่ไหว เพราะมีทารกน้อยที่ต้องกลับมาดูแล จึงตัดสินใจไปกันแบบไปเช้าเย็นกลับ ออกจากกรุงเทพประมาณ 8 โมงเช้าจุดหมายแรกคือ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ไปถึงประมาณ 9.40 น. ค่ะ เดินชมรอบๆ แต่ไม่ได้ขึ้นไปบนตัวพระราชนิเวศน์ เนื่องจากคนแน่นมาก อาจต้องรอเป็นชั่วโมง

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

ออกจากพระราชนิเวศน์ประมาณ 11 โมงเห็นจะได้ จากนั้นไปทานข้าวกลางวันที่แสงไทยซีฟู๊ด แล้วก็ขับรถไปนิดเดียวไปตรงสะพานปลาเพื่อดูวิว ต่อมา ก็ขึ้นเขาตะเกียบดูวิวหัวหินค่ะ อากาศดี วิวก็ดีค่ะ

วิวจากวัดเขาตะเกียบ

วิวจากวัดเขาตะเกียบ

 

หลังจากอาหารย่อยได้พอควรแล้ว ก็ออกเดินทางไป รับประทานขนมที่บ้านใกล้วัง ประมาณ บ่ายโมงครึ่ง นั่งกินลมชมทะเลไปสักชั่วโมงเศษๆ

จากนั้นประมาณ 4 โมงเย็นก็ไปแวะเพลินวาน (คนเยอะเหมือนกัน) เดินรอบๆ แล้วก็กลับบ้านค่ะ

เพลินวาน

เพลินวาน

วันนั้น รถติดพอสมควร จึงถึงกรุงเทพฯ เกือบสองทุ่มค่ะ   ความเห็นส่วนตัวคิดว่าเก็บไฮไลท์หัวหินได้ไม่น้อยนะคะ แค่วันเดียว

แว่นตา – ถูกและดี

วันเสาร์, ตุลาคม 10th, 2009

eyeglasses

(รูปนี้เป็นแว่นตาใหม่ของเราเอง ถ่ายจากกล้องมือถือที่ป๋องแป๋งนิดหน่อย)

ออกตัวไว้ก่อนเลยว่า เรื่องนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ใครไม่เชื่อ หรือมีความเห็นแย้ง ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวเรา

รู้สึกมานานแล้วว่า ทำไมหนอแว่นตาจึงมีราคาแพงมากๆ เลย พอมีเหตุจะต้องตัดแว่นใหม่ (หลานขว้างพังไปหนึ่งอัน และกำลังจะพังอีกหนึ่งอัน จึงต้องรีบเตรียมเผื่อไว้)  จึงได้ค้นเน็ตดูว่า มีที่ไหนตัดแว่นราคาถูกๆ บ้าง ดีหรือเปล่าต้องไปลองดู

ค้นไปค้นมา เจอร้านนึงค่ะ อยู่ในซอยเสือใหญ่อุทิศ แต่เว็บไซต์ที่พบนั้น รายละเอียดยังมีไม่มาก รูปแบบอาจจะยังไม่สวยนัก ประกาศไว้ว่า ตัดแว่นราคา 350 บาท พร้อมเลนส์ รอรับได้ โดยราคาและการรอรับได้นี้ สำหรับคนสายตาสั้นน้อยๆ เราเข้าใจเอาเองว่า คงไม่มี stock เลนส์สำหรับคนสายตาสั้นมากๆ ไว้ จึงตัดสินใจว่าลองไปดูดีกว่า หากดูแล้วไม่ได้เรื่อง อย่างมากเราก็ตัดแว่น 350 บาทเป็นแว่นสำรองก็ได้

พอไปถึงหน้าร้านมีที่จอดรถได้สักสองคันค่ะ ก็สะดวกดี เข้าไปในร้านปรากฏว่า ช่าง(เจ้าของร้าน)อายุน้อยกว่าตั้งเยอะ เป็นผู้หญิงด้วย แต่สอบถามแล้วได้ความว่าตัดแว่นมาหลายปีแล้ว เนื่องจากครอบครัวมีอาชีพทำแว่นค่ะ สังเกตจากการที่เขาวัดสายตาและการพูดคุยกับลูกค้าแล้ว ก็ดูว่ามีความชำนาญดีค่ะ

วัดสายตาแล้วเราก็เลือกกรอบอยู่นานพอควร เจ้าของร้านก็ให้คำแนะนำเรื่องกรอบและเลนส์อย่างชำนาญ แถมลดราคาให้ทันที ยังไม่ทันได้ต่อเลย เนื่องจากประทับใจ จึงตัดแว่นไปสองอัน แว่นสายตาทั้งสองอัน แต่เป็นแว่นสายตาแบบกันแดดหนึ่งอัน (อยากได้มานาน แต่เสียดายตังค์ ข เที่ยวนี้ไม่เสียดายเลย เดี๋ยวจะเฉลย) แว่นสายตาธรรมดา เราเลือกรุ่นยอดนิยมของร้าน คือ กรอบ Flex เหมาะสำหรับคนที่ต้องเลี้ยงเด็กเล็กอย่างเรา เพราะ หักได้ งอได้ บิดได้ หน้าตาเหมือนในรูปที่นำมาลงเนี่ยล่ะค่ะ ส่วนแว่นสายตาแบบกันแดด ก็เลือกแบบเปรี้ยวๆ หน่อย (ไม่ได้นำรูปมาลง เพราะเพื่อนๆ เห็นแล้วอาจคิดว่า เจ้าของ blog เปรี้ยวขนาดนี้เลยหรือ)

มาถึงตอนสำคัญของเรื่องแล้ว ตอนคิดตังค์ทั้งหมด แว่นสองอัน เลนส์ multicoat ย่อบาง รวมแล้วจ่ายไปสองพันมีเงินทอนกลับมาตั้งหลายร้อย กรอบคุณภาพก็ดีมากเลยทีเดียว มัดจำเงินไว้นิดหน่อย  รับแว่นได้วันรุ่งขึ้น แต่เราเลือกไปรับวันหยุด เพราะสบายๆ รถไม่ติดค่ะ

รับแว่นมาแล้วเรียบร้อย ใส่อยู่ รู้สึกดี จึงเขียนถึงค่ะ

ร้านนี้ชื่อ Easy Optic คลิกดูรายละเอียดได้ แต่อย่างที่บอกไว้ตอนแรกค่ะ เว็บยังมีรายละเอียดมากๆ ได้ comment ไปแล้ว เขาบอกว่ากำลังปรับปรุงเว็บอยู่จ้า :-)

เที่ยวปักกิ่ง (ตอนจบ)

วันศุกร์, สิงหาคม 28th, 2009

DSCF3833

 

ตามล่า..หายาแห่งความหวัง
คืนก่อนวันเดินทางกลับ เพื่อนได้รับ SMS จากเพื่อนอีกคนหนึ่ง ขอให้ช่วยซื้อยาขนานหนึ่งเพื่อรักษาโรคมะเร็งสำหรับคุณแม่ของเขาให้หน่อย โดยจะต้องเดินทางออกจากตัวเมืองปักกิ่งไปอีก 50 กิโลเมตร คะเนกันแล้วถ้าหากไปจริงคงจะตกเครื่องบินแน่นอน เราก็เลยนอนดึกกัน เพราะต้องใช้บริการลุงกู-เกิ้ลหาข้อมูลภาคภาษาจีน ว่ามีที่ไหนขายอีกบ้าง โดยมีอาอี๊มาช่วยแปลให้ สุดท้ายก็ได้ข้อมูลว่า น่าจะซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป รุ่งเช้า ก็รีบโทรถามร้านขายยาต่างๆ แล้วก็เดินไปถามราคาร้านขายยาแถวบ้านด้วย แต่ร้านขายยาแถวบ้านราคาแพง เราจึงจับแท็กซี่ไปอีกฝั่งหนึ่งของเมือง เพื่อไปร้านขายยาชื่อ เทียน เทียน ห่าว (แปลว่า ดีทุกๆ วัน) เป็นร้านขายยาขนาดใหญ่ เหมือนซูเปอร์สโตร์สามชั้น มีทั้งยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณ ส่วนยาที่ซื้อนี้เป็นยาเม็ด ขวดละหนึ่งร้อยเม็ด ต้องทานมื้อละสี่ถึงแปดเม็ด สามเวลาหลังอาหาร หนึ่งชุดต้องทานสามเดือน คำนวณแล้วต้องซื้อทั้งหมด 15 กระปุก 1,500 เม็ดค่ะ ยาดีจริงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่อย่างน้อยก็เป็นความหวังของคนไข้ เท่าที่ chat กับหมอจีนบนเน็ต หมอบอกว่า ยานี้หมอสั่งจ่ายให้กับคนไข้ในโรงพยาบาลด้วยค่ะ เป็นยาที่ใช้มานานพอควรแล้ว ไล่ล่าหายาเสร็จก็ครึ่งวันพอดี กลับมาบ้านทานข้าว ออกเดินทางมาสนามบินโดยมีอาอี๊ อาเฮีย และอาซ้อมาส่งที่สนามบินอย่างอบอุ่นและประทับใจ เดินทางกลับถึงเมืองไทยด้วยความชุ่มชื่นใจว่าได้มีส่วนร่วมทำให้ใครบางคนมีความหวังบ้างค่ะ :-)

เที่ยวปักกิ่ง (ตอนที่ 3)

วันเสาร์, สิงหาคม 8th, 2009

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาพร้อมไข่พะโล้ค่ะ

จากเป็ดปักกิ่ง…ไปจนถึงติ่มซำสุดพิสดาร 

เรื่องอาหารการกินในปักกิ่งก็น่าสนใจค่ะ มีโอกาสได้ไปรับประทานเป็ดปักกิ่งและสารพัดเมนูเป็ดที่ร้านดัง “ฉวนจู้เต๋อ” ค่ะ รสชาติคล้ายเป็ดปักกิ่งบ้านเราเข้าไปทุกที ได้ยินว่าเขาปรับปรุงเรื่องรสชาติแล้ว พี่ที่ทำงานให้ข้อมูลว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย เราก็เลยตั้งข้อสงสัยเองว่า คงจะปรับรสให้ถูกกับลิ้นคนไทยเป็นแน่แท้ค่ะ ส่วนอาหารที่อาอี๊และอาซ้อทำให้ทานก็มีข้าวต้มบ้าง ข้าวสวยบ้าง บางวันก็ไม่ทานข้าวแต่ทานโรตี กับกับข้าวค่ะ กับข้าวที่ทานที่บ้านก็มีผัดผัก ซี่โครงหมูบ้าง เกี๊ยวบ้าง ไก่บ้าง เป็ดบ้าง น้ำแกงบ้าง บอกไม่ถูกค่ะ ผลไม้ที่ทานก็จะเป็นลูกท้อและแตงโม บางมื้อก็มีน้ำเต้าหู้เสริม เยอะไปหมด อร่อยทุกมื้อเลยค่ะ มีอยู่มื้อหนึ่งเพื่อนอยากทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมืองจีนบ้างจึงไปซื้อกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ปรากฏว่า เปิดฝาออกมา นอกจากผักอบแห้งแล้ว ยังแถมไข่พะโล้มาด้วยอีกหนึ่งฟองค่ะ คงจะกลัวเราขาดโปรตีน บะหมี่รสชาติอร่อยมากค่ะ ได้ทาน KFC หนึ่งมื้อ สั่งแบบชุดโปรโมชั่น มีฟิชเบอร์เกอร์ ไก่ทอดสองชิ้นเล็ก และกาแฟหนึ่งแก้ว ประมาณ 125 บาทค่ะ

KFC

KFC

มื้อที่เป็นเมนูจานเด็ดที่สุดในทริปนี้คือ ติ่มซำ คราวนี้หลานของเพื่อนพาไปทานค่ะ วาดภาพว่าถ้าไม่ใช่ของนึ่งก็ต้องเป็นของทอดล่ะ ที่ไหนได้คะ มาแต่เครื่องในล้วนๆ และเนื่องจากเจ้าถิ่นถามแล้วว่าไม่ทานอะไรบ้าง เราบอกว่าไม่ทานวัว หลานก็เลยยกมาแต่เครื่องในแกะค่ะ แปลกมากๆ มีทั้งตือฮวนแกะ ผ้าขี้ริ้วแกะ กระเพาะแกะ และบรรดาตับไตไส้พุงแกะอีกมากมาย มีทั้งแบบลวกจิ้มน้ำจิ้ม และแบบที่ทำคล้ายก๋วยจั๊บแต่ไม่มีเส้นค่ะ เปิปพิสดารจริงๆ ร้านที่ไปนี้ชื่อ Jumian’s Snack เป็นร้านแบบบริหารตนเองค่ะ นักศึกษาจะชอบมาทานกัน เพราะรสชาติถูกปาก (เขา) และราคาไม่แพงค่ะ

สนามกีฬารังนก

 

หอฟ้าเทียนถาน

เที่ยวปักกิ่ง (ตอนที่ 2)

วันเสาร์, สิงหาคม 8th, 2009

โซนด้านในของพระราชวังต้องห้าม

โซนด้านในของพระราชวังต้องห้าม

นั่งรถเก๋ง…ขึ้นรถไฟ…ไปแท็กซี่..แล้วก็เดินๆ ๆ 

ทริปนี้ได้ไปเที่ยวทั่วปักกิ่งเลยค่ะ ทั้งญาติๆ พาไป และไปกันเองกับเพื่อนสองคน ไม่ว่าจะเป็นเทียนอันเหมิน พระราชวังต้องห้าม (กู้กง) หอฟ้าเทียนถาน กำแพงเมืองจีน สนามกีฬารังนก พระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน ถนนหวังฝูจิ่งย่านช็อปปิ้ง ตลาดรัสเซีย(silk street) การเดินทางก็มีทั้งนั่งรถญาติ จับรถไฟใต้ดิน (ถูกมากค่ะ ประมาณ 10 บาทตลอดสาย) ขึ้นแท็กซี่ (เริ่มต้นกี่กิโลเมตรแรกก็จะไม่ได้ 50 บาท ต่อไปกิโลละ 10 บาท ถ้ารถติด ก็นาทีละบาทค่ะ) กิจกรรมที่ทำมากที่สุดก็คือเดินๆๆ

กำแพงเมืองจีน

กำแพงเมืองจีน

ตอนอยู่บนเครื่องบินแอร์โฮสเตสแซวว่าจะไปเที่ยวกันเองจะไหวเหรอคะ ที่เที่ยวแต่ละที่ไกลกันมากเลย เราทำหน้าไม่เชื่อ แอร์จึงบอกว่าเดี๋ยวก็รู้ค่ะ เวลาไปเที่ยวไหนจึงคิดถึงคุณแอร์คนนี้ตลอดเลย แต่ละที่นอกจากจะไกลกัน แล้วพอไปถึงก็ยังต้องเดินอีกมากมายอย่างที่คุณแอร์ว่า แถมปักกิ่งรถก็ติดมากด้วย ต้องคำนวณเวลาดีๆ ค่ะ

กำแพงเก้ามังกร ในพระราชวังต้องห้าม

กำแพงเก้ามังกร ในพระราชวังต้องห้าม

เรื่องของภาษา..กับหน้าตาที่เป็นปัญหาของข้าพเจ้า

ใบหน้าของคุณแอร์ท่านั้นยงคงตามติดเราไปทุกที่ เพราะเธอถามว่า พูดภาษาจีนได้เหรอคะ เราก็ยิ้ม คุณแอร์บอกว่า ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่พูดกับเขา เขาจะมาพูดกับเราเอง เพราะใบหน้าของเราเป็นเหตุ แล้วก็เกิดเหตุจริงๆ ค่ะ เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน เขาพูดภาษาจีนด้วยตลอด ขนาดที่ duty free เราบอกเขาแล้วว่า เราไม่พูดภาษาจีน เขาก็ยังพูดภาษาจีนกับเราไม่ยอมเลิกเลยค่ะ หรือว่า ควรจะเรียนภาษาจีนให้รู้กันไปเลยคะเนี่ย ตอนไปไต้หวันก็เกิดเหตุแบบนี้เหมือนกัน

พระราชวังฤดูร้อน

พระราชวังฤดูร้อน

 

หอฟ้าเทียนถาน

หอฟ้าเทียนถาน

เที่ยวปักกิ่ง (ตอนที่ 1)

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 12th, 2009

summerpalace

เพิ่งกลับมาจากปักกิ่งค่ะ เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเยือนเมืองจีน มีเรื่องราวมากมายที่น่าสนใจในปักกิ่ง จะค่อยๆ เล่าไปค่ะ อาจใช้เวลาหลายตอน

เหินฟ้าสู่ปักกิ่ง…ตื่นตาตื่นใจกับมาตรการควบคุมไข้หวัดใหญ่ 2009

ไปเที่ยวปักกิ่งคราวนี้เป็นครั้งแรกที่ไปเมืองจีนค่ะ ไม่ได้ไปพักโรงแรม แต่ตามเพื่อนไปเยี่ยมอาอี๊ (ป้า) จึงจะไปพักบ้านอาอี๊ท่านนี้ตลอดทริปค่ะ รู้สึกตื่นเต้นดี เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าชาวปักกิ่งเขาใช้ชีวิตกันอย่างไรจริงๆ เมื่อนัดวันเวลากันได้เรียบร้อย ก็ลงไปซื้อตั๋วเครื่องบินที่ร้านกาแฟใต้ตึกค่ะ พี่ที่ชงกาแฟเป็นคนจัดการติดต่อให้ค่ะ ซื้อตั๋วโปรโมชั่นการบินไทย ประเภทห้ามเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนวัน คืนไม่ได้ ถ้าพลาดท่าไม่เป็นไปตามแผน ก็จะต้องทิ้งอย่างเดียวเลย

เกือบๆ จะมีเหตุไม่ได้ไปเหมือนกันค่ะ เอาเป็นว่าดึกๆ คืนวันที่ 5 จึงจะค่อนข้างมั่นใจว่าคงจะได้ไป หลังจากขึ้นเครื่องบินและลงจอดที่ปักกิ่งแล้ว ก็ได้ยินเสียงประกาศบนเครื่องให้ผู้โดยสารนั่งอยู่กับที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจวัดอุณหภูมิ และอนุญาตเสียก่อนจึงจะลุกออกจากที่นั่งได้ค่ะ สักครู่เจ้าหน้าที่ของจีนก็มาเป็นคณะพร้อมเครื่องยิงหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิค่ะไล่ยิงทีละคนจากหัวลำถึงท้ายลำ บังเอิญว่ามีผู้โดยสารท่านหนึ่งที่นั่งอยู่ทายลำน่าจะมีปัญหาอะไรบางอย่าง จึงมีการเรียกเจ้าหน้าที่มาอีกชุดหนึ่งเพื่อตรวจและซักถามเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่ชุดนี้แต่งตัวประมาณมนุษย์อวกาศเลยค่ะ ทั้งมุงทั้งซักกันอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่มีอะไร ทุกคนลงจากเครื่องได้ แต่เบ็ดเสร็จก็เกือบชั่วโมง ลงมาแล้วที่สนามบินก็มีด่านตรวจอุณหภูมิ อีกสองชั้น เรียกว่าไม่ให้เล็ดรอดกันไปได้เลยค่ะ ตื่นเต้นดี จนกลัวว่าอาการตื่นเต้น จะทำให้ไข้ขึ้นสูง แต่เพื่อนที่ไปด้วยกันซึ่งเป็นหมอหันมายืนยันว่า “ไม่มีทางที่คุณจะจับไข้เพราะตื่นเต้นแบบนี้หรอก”  

แวะไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจ ….หนูไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ

ออกมาจากสารพัดด่านได้ อาเฮียลูกของอาอี๊ก็มาคอยรับอยู่แล้ว เขาบอกว่ามาคอยชั่วโมงนึงแล้ว แต่ไม่เป็นไร เพราะเขาทราบดีว่าจะมีการตรวจเข้ม พอถึงบ้านอาเฮียก็นัดแนะว่า พรุ่งนี้เราจะไปสถานีตำรวจกัน เพราะต้องไปลงทะเบียน non-resident เพื่อความปลอดภัย เรื่องนี้พอจะรู้อยู่บ้าง เพราะใน arrival card ที่เขาให้กรอกนั้น มีเขียนอยู่ด้านหลัง แต่ไม่คิดว่าจะต้องทำจริงๆ เพราะเราแค่มาท่องเที่ยวไม่กี่วันเท่านั้น แต่ปรากฏว่าเป็นเรื่องที่เข้มงวดกวดขันมากค่ะ หากคุณไม่ได้พักที่โรงแรม คุณจะต้องไปลงทะเบียนที่สถานีตำรวจแถวที่พักคุณภายใน 24 ชั่วโมง เข้าใจว่าเป็นไปเพื่อความปลอดภัย และทำกันมาตั้งแต่ช่วงโอลิมปิค พอมาเจอเรื่องไข้หวัด 2009 ก็จะเข้มงวดเข้าไปอีก วันรุ่งขึ้น อาเฮียพร้อมอาซ้อ (ภรรยาของอาเฮีย) พาเราไปที่สถานีตำรวจเพื่อลงทะเบียน ปรากฏว่าตำรวจบอกว่า ช่วงนี้เราต้องอยู่ในบ้านเจ็ดวันจะออกไปไหนไม่ได้ (รวมถึงมาที่สถานีตำรวจด้วย) อาซ้อต้องอธิบายอยู่นานว่า เรามาแค่หกวัน ถ้าให้อยู่แต่ในบ้านก็หมดกันพอดี คุยกันไปมาพักใหญ่ๆ สุดท้ายเราก็ได้ลงทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ตำรวจให้สำเนาการลงทะเบียนไว้ มีรายละเอียดว่าเราพักอยู่ที่ไหน ให้เก็บไว้ อาจจะต้องแสดงเวลาเจ้าหน้าที่มาสอบถามค่ะ

มาตรการเข้มอย่างนี้ แม้จะทำให้เสียเวลาพอสมควร แต่ก็น่าเห็นใจค่ะ เพราะประเทศเขาคนเยอะมาก หากเกิดโรคระบาดขึ้นคงจะรับมือลำบากแน่ ที่ปักกิ่งช่วงนี้เป็นหน้าร้อน แต่มีหมอกตลอด ถ่ายรูปออกมาจะออกแนวมัวๆ หน่อยค่ะ

URGENTLY NEEDED-Blood group “O” rh+ parabombay

วันศุกร์, มีนาคม 20th, 2009

Please ask around if anyone you know has this blood type that can donate to my friend’s brother. He urgently needs it…within next day or 2. Please check around and contact his sister Khun Nida 081-626-9933 OR 085-900-9933

 

เป็นเพื่อนของเพื่อนกันค่ะ เขาเป็นไข้เลือดออกอะค่ะ ถ้าไม่ได้เกร็ดเลือด อาจจะไม่รอดค่ะ
ในเมืองไทยจะมีคนกรุ๊ปนี้ไม่ถึง 5 คน ถ้าท่านใดมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ
หรือทำงานที่ที่มีคนต่างชาติเยอะๆ ขอรบกวนให้ช่วยถามหรือติดประกาศหรืออะไรก็ได้นะคะ
แล้วรบกวนติดต่อไปตามนี้อะค่ะ

ท่านใดมีเกร็ดเลือดกรุ๊ป O rh+ Subgroup Parabombay สามารถเดินทางไปบริจาคที่ โรงพยาบาลพระราม 9 หรือ

ศูนย์บริจาคโลหิต ภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด ตึก 72 ปี ชั้น 3 โรงพยาบาลศิริราช (เวลารับบริจาคเลือด วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 18.30 น. วันเสาร์ – วันอาทิตย์ และ วันหยุดราชการ เวลา 08.30 – 16.30 น.) และ

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ (วันจันทร์ – วันศุกร์ เปิดเวลา 08.00-16.30 น. ,วันอังคารและวันพฤหัสบดี เปิดเวลา 07.30-19.30 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 08.30-15.30 น.)

โดยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า บริจาคเกล็ดเลือดให้
นายปอนด์ เจริญพานิช
ผู้ป่วยไข้เลือดออก
ร.พ.พระรามเก้า

ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่
คุณนิดา (พี่สาว)
081-626-9933 หรือ 085-900-9933

19 มีนาคม 2552