
Stainless steel soap

Stainless steel soap
สงสัยมานาน คุ้นๆ ว่าเคยถามเพื่อนที่ทำงานสายการบินแล้ว แต่ก็ลืมไปแล้ว ไปปักกิ่งคราวนี้จึงได้สอบถามใหม่อีกครั้ง คุณแอร์โฮสเตสอธิบายว่า เวลาเครื่องจะขึ้นหรือลงนั้น บรรดาพนักงานบนเครื่องบินจะต้องนั่งประจำที่ ขยับไปไหนไม่ได้ การเลื่อนบานปิดกระจกขึ้น ก็เพื่อให้
1. ผู้โดยสารเห็นสภาพการณ์ข้างนอก หากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้
2. ให้คนข้างนอกเห็นผู้โดยสารข้างใน หากมีอะไรเกิดขึ้น จะได้เข้ามาช่วย
ถึงบางอ้อ ก่อนจะถึงปักกิ่งค่ะ
สองวันมานี้ มีเพื่อนๆ ส่งรูปภาพที่อ้างว่าเป็นภาพถ่ายในเครื่องบิน AIRFRANCE ก่อนที่จะตก ดูรูปแล้วก็คุ้นๆ เหมือนเคยเห็น พอดีว่าเพื่อนอีกคนถามว่าจะเช็คได้ไหมว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ นึกขึ้นมาได้ว่า สมัยก่อนเคยเข้าเว็บไซต์สำหรับเช็คข่าวลืออยู่บ่อยๆ แต่ไม่ได้แวะไปนานมากแล้ว ลองเข้าไปวันนี้ที่ http://www.snopes.com หน้าตาเปลี่ยนไป ทันสมัยกว่าเดิม แต่ยังคงเอกลักษณ์ไว้เต็มเปี่ยมคือในเรื่องของสาระแล้ว อัดแน่นจริงๆ ลองค้นดูแล้ว เรื่องภาพที่ส่งต่อๆ กันมานี้ เป็นเรื่องแต่งขึ้นนะคะ อย่าหลงเชื่อค่ะ
หลายวันก่อน เพื่อนร่วมงานแต่ต่างองค์กร อยากจะส่งไฟล์มาให้เราใช้งาน แต่ไฟล์ใหญ่มากคือสิบกว่า MB ส่งทางเมล์ไม่ได้ เขาถามเราว่าเคยใช้ YouSendIt ไหม เราบอกว่าไม่เคย เขาก็บอกว่าไม่เคยเหมือนกัน แต่จะลองใช้ดู สุดท้ายก็ได้ไฟล์สมใจ ในเวลาอันรวดเร็วด้วย
YouSendIt.com ให้บริการเสมือนกับเป็นไปรษณีย์รับและส่งไฟล์ โดยวิธีการที่เราจะจัดส่งไฟล์ให้เพื่อนเราก็คือ หลังจากที่เราสมัครสมาชิก YouSendIt แล้ว เราก็ Upload ไฟล์ขึ้นไป แล้วใส่ email address ของเพื่อนเราเข้าไป จากนั้น YouSendIt จะส่ง Email พร้อมด้วย Link/URL ให้เพื่อนเราคลิกเข้ามา Download ไฟล์ไปได้ Idea ดีมากๆ ที่ดีกว่านั้นคือ ตอนนี้ส่งไฟล์ได้ถึงขนาด 100 MB โดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
ปัจจุบัน YouSendIt.com ได้รับความนิยามอย่างมาก ข้อมูลจาก Wiki บอกว่า มีสมาชิกแล้ว 5 ล้านคนจาก 220 ประเทศ ส่งไฟล์กันกว่า 40,000 GB ต่อวันกันเลยทีเดียว โอ้โฮ เยอะจริงๆ
YouSendIt เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2004 แล้วนะเนี่ย ไปอยู่ที่ไหนมาอีกแล้วนะเรา หุหุ
Internet World Stats เขามีคำตอบให้ค่ะ
เมื่อวานนี้ผ่านร้านโจ๊กสามย่าน พี่ที่ออฟฟิศที่ให้อาศัยรถกลับบ้านบอกว่าชอบทานโจ๊กไข่เยี่ยวม้า แต่สงสัยว่าเขาทำจากอะไร ทำไมจึงมีคนเตือนให้ระวังสารตะกั่ว ทำไมต้องมีตะกั่วเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เรื่องไข่เยี่ยวม้านี้ สนใจมากเหมือนกัน เนื่องจากเป็นคนชอบรับประทาน หน้าตาดำๆ บางคนก็กลัว แต่เราชอบทั้งโจ๊กไข่เยี่ยวม้า หรือจะเป็นไข่เยี่ยวม้ากระเพรากรอบ อร่อยทั้งนั้นเลยนะ
วันนี้พอมีเวลาจึงค้นเน็ตดูว่าไข่เยี่ยวม้าทำมาจากอะไร พบว่าเป็นการถนอมอาหารแบบหนึ่งนะ ทำให้เก็บไข่ไว้รับประทานได้เป็นปี โดยการนำไข่ไปหมักกับใบชา ปูนขาว ขี้เถ้า เกลือ คลุกน้ำให้เหนียวแล้วพอกไข่ จากนั้นก็นำมาคลุกแกลบ แล้วใส่โอ่งหรือตุ่มไว้ หมักไว้ 40-50 วัน ก็จะใช้ได้
แล้วสารตะกั่วมาเกี่ยวตอนไหน
ตะกั่วเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก แต่ก็มีคนที่ไม่รู้ หรืออาจจะไม่ได้คิดถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค นำสารตะกั่วซัลไฟด์ไปใส่ไว้ในขั้นตอนการหมัก เพื่อรักษาความเป็นกรดด่าง ทำให้ไข่ขาวของไข่เยี่ยวม้าแข็งและมีสีดำ (อร่อยขึ้นไปอีกนะคะ แต่อันตราย)
เขาให้สังเกตว่า ไข่เยี่ยวม้าที่ไม่ปนเปื้อนสารตะกั่วนั้น ไข่ขาวจะออกสีน้ำตาลใส ไม่เป็นสีดำปื๊ดค่ะ
สำหรับเราแล้ว เราเลือกซื้อไข่เยี่ยวม้าที่เขียนว่า ปลอดสารตะกั่วและไข้หวัดนกค่ะ หวังว่าจะเขื่อในฉลากผลิตภัณฑ์ได้นะ เดี๋ยวนี้ ไข่เยี่ยวม้า ไม่ได้มาในรปแบบที่พอกแกลบไว้เหมือนตอนเราเด็กๆ ขอแบ่งอากงกินอีกแล้ว แต่มักจะเป็นสีชมพู โดยเขาล้างสิ่งที่พอกไว้ออกไปจากนั้นก็เคลือบด้วยปูนกินหมาก เพื่อควบคุมความเป็นกรดด่าง จะได้เก็บไว้ได้นาน แต่ที่นำรูปมาลงนี้เป็นไข่เยี่ยวม้าชาเขียว เขาจึงย้อมสีเขียวไว้ให้ดูเด่นเป็นจุดขายค่ะ
สนใจรายละเอียดการทำไข่เยี่ยวม้า ขอแนะนำให้อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความของ ดร. สุภาพ อัจฉริยศรีพงศ์ ได้ที่
http://www.tistr.or.th/t/publication/page_area_show_bc.asp?i1=64&i2=9